Mahasarakham University.  
กลับเมนูหลัก
ประมวลรายวิชา
บทที่ 1 : ความรู้พื้นฐาน
เกี่ยวกับการประเมินการเรียนรู้
บทที่ 2 : การประเมินการเรียนรู้
ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและการ
ประเมินตามสภาพจริง
บทที่ 3 : การหาคุณภาพ
เครื่องมือการประเมินการเรียนรู้
บทที่ 4 : การประเมินเพื่อรู้จัก
ผู้เรียน
บทที่ 5 : การประเมินด้าน
พุทธิพิสัย
บทที่ 6 : การประเมินด้าน
จิตพิสัย
บทที่ 7 : การประเมินการ
ปฏิบัติงาน
บทที่ 8 : การประเมินโดยแฟ้ม
สะสมผลงาน
 
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
ความเป็นมาของการประเมิน
โดยแฟ้มสะสมผลงาน
ความหมายของการประเมิน
โดยแฟ้มสะสมผลงาน
หลักการ ประเภท
วัตถุประสงค์ของการประเมิน
โดยแฟ้มสะสมผลงาน
กระบวนการในการประเมิน
โดยแฟ้มสะสมผลงาน
โครงสร้างของแฟ้มสะสม
ผลงาน
วิธีการประเมินแฟ้มสะสม
ผลงาน
ประโยชน์ของแฟ้มสะสม
ผลงานต่อการพัฒนา
การศึกษา
บทสรุป
แบบฝึกหัดบทที่ 8
บรรณานุกรม
คำแนะนำ
วีดิทัศน์ประกอบบทเรียน
เอกสารประกอบบทเรียน
แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม
อาจารย์ประจำรายวิชา
คณะผู้จัดทำ
ออกจากบทเรียน
บทที่ 8  การประเมินโดยแฟ้มสะสมผลงาน
1. ความเป็นมาของการประเมินโดยแฟ้มสะสมผลงาน
           แฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) มีต้นกำเนิดมาจากวงการศิลปะ เหล่าศิลปินเหล่านั้นจะสร้างสรรค์ผลงานของตนเองอย่างต่อเนื่องในระยะเวลาอันสมควร เมื่อได้ผลงานจนมากพอก็จะคัดเลือกผลงานดีเด่นจำนวนหนึ่ง มาจัดนิทรรศการตามหอศิลป์ เพื่อให้ผู้อื่นได้ชื่นชมความงามของผลงานนั้น และได้รับรู้ถึงความสามารถอันเป็นอัจฉริยะของตน ดังนั้นในการเรียนวิชาศิลปะของสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ผู้เรียนจะสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรได้ ต้องสร้างสรรค์ผลงานศิลปะที่มีคุณภาพและปริมาณมากพอ และนำผลงานชิ้นนั้นมาจัดแสดงให้คนดู เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของครูผู้สอน เพื่อนร่วมชั้นและบุคคลทั่วไป เรียกการทำศิลปะนิพนธ์ จึงจะสำเร็จการศึกษาได้

           ส่วนในวงการโฆษณา นักโฆษณามืออาชีพจะถ่ายภาพโฆษณาที่ดีของตนมาเก็บไว้ในแฟ้มกระเป๋าหนังสีดำ เรียกว่า “Portfolio หรือ black folder” (ดังนั้น portfolio ในความหมายนี้จึงหมายถึงกระเป๋าหนังสีดำ) เพื่อนำเสนอให้ผู้ว่าจ้างดูว่าตนเองมีความสามารถมากน้อยเพียงใดก่อนจะจ้างงาน

           ดังนั้น แฟ้มสะสมผลงาน จึงคล้ายกับ catalog ที่แสดงตัวอย่างสินค้า เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกชมก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ยืนยันถึงความสามารถของบุคคลดีกว่าการพูดอวดอ้างสรรพคุณให้ฟัง หรือนำใบปริญญาบัตรมาให้ดู เพราะเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ ที่สามารถมองเห็นได้ตามสภาพจริง

           ในปี ค.ศ. 1988 ประเทศอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และออสเตรเลีย เริ่มการประเมินผลการเรียนโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนโดยเฉพาะในรัฐเวอร์มอนต์ (Vermont) ของประเทศสหรัฐอเมริกาได้ใช้วิธีนี้ ประเมินผลการเรียนคณิตศาสตร์อย่างเป็นทางการทั่วทั้งรัฐแทนการใช้แบบทดสอบ และจากผลการวิจัยซึ่งได้ตรวจสอบความคิดเห็นของครู ต่างให้ความเห็นว่าเป็นวิธีการประเมินที่ดีกว่าการใช้แบบทดสอบ เพราะสามารถตรวจสอบความรู้ความสามารถที่แท้จริงของนักเรียน

           ส่วนในประเทศอังกฤษ มีระเบียบเป็นกฎหมาย ให้นักเรียนทุกคนต้องทำแฟ้มสะสมผลงานซึ่งมิได้เรียกว่า “PORTFOLIO” อย่างในประเทศสหรัฐอเมริกา แต่ใช้คำว่า “Record of achievement” โดยกำหนดให้มีส่วนประกอบเป็นแบบเดียวกันทั้งประเทศ

           สำหรับประเทศไทยนั้น โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากองค์การสหประชาชาติ ให้ดำเนินงานระหว่างปี พ.ศ.2537-2540 ได้นำแนวคิดเกี่ยวกับการจัดทำแฟ้มสะสมผลงาน ไปทดลองใช้กับโรงเรียนในจังหวัดกระบี่จำนวน 10 โรงเรียน เมื่อปี พ.ศ. 2538 และเริ่มได้รับความนิยมแพร่หลายในเวลาต่อมา เนื่องจากเป็นหลักฐานที่ใช้ในการประเมินตามสภาพจริง ซึ่งดีกว่าการวัดผลด้วยแบบทดสอบความรู้

           ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2539 กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้นโยบายการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียน ให้บรรลุถึงความเป็นเลิศทางการศึกษาภายในปี พ.ศ. 2550 โดยเน้นการปฏิรูป 4 ด้าน คือ
1. การปฏิรูปโรงเรียนและสถานศึกษา
2. การปฏิรูปครูและบุคลากรทางการศึกษา
3. การปฏิรูปหลักสูตรและกระบวนการเรียนการสอน
4. การปฏิรูประบบการบริหารการศึกษา

           จากนโยบายดังกล่าว จำเป็นต้องปรับปรุงกระบวนการเรียนการสอน การวัดและประเมินผลแนวใหม่โดยใช้แฟ้มสะสมผลงานหรือแฟ้มสะสมผลงานของนักเรียน

           อันที่จริงแล้วก่อนหน้านี้ แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินโดยใช้แฟ้มสะสมผลงานของนักเรียนได้นำมาใช้ในการประเมินระดับอนุบาลศึกษา ซึ่งไม่สามารถวัดผลจากแบบทดสอบได้ เนื่องจากนักเรียนไม่สามารถอ่านออกเขียนได้ จึงใช้การเก็บสะสมผลงานของนักเรียนตั้งแต่ต้นปีจนถึงปลายปีการศึกษา หากพิจารณาผลงานแล้วพบว่านักเรียนมีความพร้อม หรือมีพัฒนาการที่เหมาะสมกับวัย ครูผู้สอนจะเลื่อนชั้นให้ โดยใช้ผลงานของนักเรียนเป็นเครื่องมือในการตัดสินแทนการสอบ

 

 

:: อาจารย์ ดร.ชวลิต  ชูกำแพง ::
Copyright (c) 2006. Mahasarakham University. All rights reserved.
ศูนย์พัฒนาทรัพยากรการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม 44150
โทรศัพท์ 0-4375-4321-40 ต่อ 2060, โทรศัพท์/โทรสาร 0-4375-4318 E-mail : card@msu.ac.th